Home » ลาภ ยศ บารมี ชื่อเสียง กับศาสนาพุทธในปัจจุบัน

ลาภ ยศ บารมี ชื่อเสียง กับศาสนาพุทธในปัจจุบัน

ลาภ ยศ บารมี ชื่อเสียง กับศาสนาพุทธในปัจจุบัน

เรากำลังอยู่ในยุคที่เงิน ตำแหน่ง อำนาจ และความโด่งดัง รวมอยู่ในศาสนาอย่างแยกไม่ออก แม้พุทธในไทยจะนิยามตนเองว่าเป็นเถรวาท แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปฏิบัติตามหลักเถรวาททั้งหมด

หากเราใช้เวลาค้นไปสักนิด จะพบว่าการไม่เรี่ยไร ไม่รับเงินและทอง รวมถึงการไม่รับตำแหน่งใด ๆ นั้นจะอยู่ทั้งในศีลและวินัยของพระสายเถรวาท แต่กลายเป็นว่าปัจจุบันแม้ศีลและวินัยเหล่านี้กลับไม่ถูกพูดถึงในสังคมไทยมากนัก

เมื่อพระในไทยส่วนมากไม่ถือเรื่องรับเงิน ไม่ถือเรื่องยศ การรับเงินและรับตำแหน่งจึงเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ ดังที่เห็นในข่าวว่าพระรูปหนึ่ง ๆ สามารถสะสมเงินได้เป็นร้อยล้านพันล้าน และพอมียศก็มีอำนาจตามมา ส่วนชื่อเสียงก็แล้วแต่จะปรุงแต่ง ผลคือกลายเป็นบุคคลที่สังคมให้ความเคารพเทิดทูน เพราะประกอบด้วย เมตตาบารมีและตำแหน่งใหญ่โต

แต่… มันผิดพระธรรมวินัย

เมื่อพระในไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เอาพระธรรมวินัยเป็นศาสดาอีกต่อไป กลับใช้หลักการอื่น ๆ เข้ามาเป็นหลักปฏิบัติ จึงทำให้เกิดความผิดบาปซ้ำซากและเป็นช่องทางของมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาหาผลประโยชน์ด้วยศาสนามากขึ้น กว่าจะจับออกไปได้แต่ละคนก็เสียหายกันไปมากมาย

เป็นเรื่องที่คงต้องทำความเข้าใจที่ศาสนาพุทธในไทยเสื่อมลงไปเรื่อย ๆ พระที่เรี่ยไรหรือรับเงินโดยไม่รู้สึกผิดบาป ฆราวาสที่ให้เงินพระเพราะหลงคิดว่าเป็นบุญ อันนี้แค่เรื่องเดียว ยังมีเรื่องการสอนแบบแปลก ๆ บัญญัติคำสอนใหม่ขึ้นมาอีกหลายกรณี

ส่วนตัวรู้สึกแปลกใจว่า ทั้งที่ในยุคนี้ยังมีหลักฐานอ้างอิงในพระไตรปิฎก ว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด ทำผิดแล้วต้องแก้ยังไง แต่คนกลับไม่ค่อยให้ความสนใจในตัวพระธรรมมากเท่าที่ควร แต่เลือกที่จะสนใจตัวบุคคลมากกว่า (ตัวอาจารย์สำนักนั้น ๆ) สุดท้ายก็กลายเป็นอาจริยวาท ที่แปะทับด้วยใบฉลากเถรวาทในที่สุด

เชื่อไหมว่าโดยทั่วไปของยุคสมัยนี้ ถ้าเราไม่ให้เงินพระ พระก็จะไม่สาธุ คนอื่นเขาก็ไม่สาธุ แต่พอให้เงินพระเท่านั้นแหละ สาธุทั้งพระทั้งโยม …มันก็เป็นซะอย่างนี้

17 กันยายน 2569 – ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *