Home » พระดี!! ไม่รับเงิน

พระดี!! ไม่รับเงิน

พระดี!! ไม่รับเงิน

หนึ่งในวิธีแยกพระดีกับพระทุศีลออกจากกันก็คือเรื่องการรับเงิน การสะสมเงิน เรื่องพวกนี้ไม่ใช่การปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย แต่ถูกบิดเบือนให้สังคมเข้าใจผิดว่าทำได้ ไม่ผิด ถือเป็นเรื่องปกติ ในยุคหลัง ๆ

เราอาจจะอิ่มเอมฟูใจเวลาที่พระเอาเงินไปทำ CSR ต่าง ๆ แล้วก็ยกย่องว่านั่นพระดี แต่นั่นคือความดีที่ถูกปฏิรูปมาแล้ว ถ้าอ้างว่าพระคือสาวกของพระพุทธเจ้า ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่ทำไมถึงขยันทำสิ่งที่พระพุทธเจ้าห้ามทำกัน?

เรามาลองอ่านดูว่าพระพุทธเจ้าตำหนิพระที่รับเงินว่าอย่างไร…

“พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ การกระทำของเธอนั่น ไม่เหมาะ

ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ, ไฉนเธอจึงได้รับรูปิยะเล่า? การกระทำของเธอนั่น

ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว.

โดยที่แท้ การกระทำของเธอนั่น เป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส

และเพื่อความเป็นอย่างอื่นของชนบางพวกที่เลื่อมใสแล้ว.”

จาก ข้อ 105 โกสิยวรรค สิกขาบทที่ 8 เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร

ในบทนี้หมายถึงพระที่รับเงิน(รูปิยะ) นั้นทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับฐานะนักบวช จะทำให้คนที่ยังไม่ศรัทธาก็ยังคงไม่ศรัทธาต่อไป หรือคนที่เคยศรัทธาก็จะไม่ศรัทธา สรุปคือหากยังรับเงินอยู่ชาวบ้านเขาจะไม่ศรัทธา จะตำหนิติเตียนก็เป็นเรื่องธรรมของพระทุศีลที่จะได้รับเสียงตอบรับทางลบจากสังคม และพระพุทธเจ้าได้บัญญัติบทลงโทษคือ

“อนึ่ง ภิกษุใด รับก็ดี ให้รับก็ดี ซึ่งทอง เงิน หรือยินดีทอง เงิน อันเขาเก็บไว้ให้, เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.”

หมายความว่าอย่างไร ก็หมายความว่าพระที่รับเงิน ให้คนอื่นเขารับไว้แทน ยินดีในเงินที่เข้าเก็บไว้ให้ ก็ควรค่าแก่การถูกตำหนิว่า โมฆบุรุษ (โมฆ = เปล่า, ว่างเปล่า, ไร้ผล, เสียเปล่า / บุรุษ = คน, ชาย, บุคคล) แปลเป็นภาษาบ้าน ๆ ว่า “พวกเสียชาติเกิด” ดังนั้นจากข้อมูลอ้างอิงในพระไตรปิฎก จะเห็นได้ว่า การรับเงินเป็นเรื่องที่พระดี ๆ เขาไม่ทำกัน ก็จะมีแต่พวกพระทุศีลที่ชอบเบี้ยวบาลีบิดเบือนศาสนาที่นิยมทำกันเป็นประจำ

แล้วถ้ารับเงินมาแล้วจะทำอย่างไร การรับเงินถือเป็นความผิด การจะปลงอาบัติเฉย ๆ ความผิดก็ไม่หายไป ต้องเอาเงินไปทิ้งด้วย ไม่ใช่ทิ้งที่ฝ่ายบัญชีนะ ทิ้งแบบสุ่ม ๆ ไปเลย อาบัติแบบนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เป็นข้อกำหนดที่ต้องสละของที่รับมาถึงจะกลับมาบริสุทธิ์ได้ กลายเป็นว่าถ้าให้เงินพระที่ดี ท่านก็ต้องลำบากเอาไปทิ้งกันอีก เสียเวลาสุด ๆ ตรงนี้ศึกษาเพิ่มกันในเรื่องพระอุปนันทศากยบุตรได้

สรุปคือ การรับเงินมันคือความผิดบาปในมุมของศาสนาพุทธ ดังนั้นจึงไม่มีหรอกที่พระดีจะทำผิดบาปหรือทำสิ่งที่พระพุทธเจ้าห้ามได้อย่างไม่ละอาย ท่านที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจะมีความละอายต่อความผิดบาป เป็นคุณธรรมหนึ่งของพระแท้ ส่วนพระปลอมที่บวชมาหากินหาชื่อเสียงในศาสนาน่ะหรอ ไม่มีหรอกปลงอาบัติ หน้าไม่อาย มีแต่จะเก็บเข้าย่ามหรือโอนเข้าบัญชีสะสมไว้ ไม่มีสละออก ไม่มีการแก้ไขความผิด ก็จะเป็นความผิดไปเรื่อย ๆ ไม่สละคืนก็ผิดอยู่เรื่อย ๆ เป็นอาจิณกรรม จะให้พุทธสาวกมาศรัทธาก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ก็หลอกได้แต่คนที่เขามีศรัทธาแต่ไม่ศึกษาศาสนา ไม่เข้าใจธรรมวินัยเท่านั้นแหละ ซึ่งอาจจะมีมากมายมหาศาล แต่ไม่มีคุณภาพในเชิงธรรมะ

25 กันยายน 2569 – ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *