ญาติธรรม vs ญาติจริง ๆ & เพื่อน
คำว่า “ญาติธรรม” อาจจะเป็นคำที่ไม่คุ้นหูนักสำหรับคนห่างวัด แต่สำหรับคนที่เข้าวัดบ่อย ร่วมกิจกรรมบ่อย ฝากฝังตัวอยู่ในสำนักใด ๆ ก็มักจะคุ้นเคยกับสิ่งที่เรียกว่าญาติธรรม
บางครั้งเราอาจจะได้ยินประโยคดังเช่นว่า ญาติธรรมคือญาติที่แท้จริง ญาติธรรมคือญาติทางจิตวิญญาณ ฯลฯ ใครก็สามารถให้คำนิยามอย่างไรก็ได้ แม้ว่ามันอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ตามที
จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสกลุ่มอุดมการณ์ทางศาสนาที่มีการเรียกสมาชิกกลุ่มกันว่า “ญาติธรรม” ผมกลับมองว่าสิ่งที่เขาเรียกว่าญาติธรรม เป็นเพียงแค่คนร่วมกลุ่มกิจกรรมเดียวกัน แม้จะใช้คำว่าญาติให้ดูมีค่าเหมือนญาติ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ด้วยเมื่อเทียบกับญาติของตนเอง อาจจะเพราะผมมีญาติและเพื่อนที่ดี จึงไม่เคยรู้สึกไหลไปตามผู้นำกลุ่มในประเด็น “ญาติธรรม” นี้
สิ่งที่เราสัมผัสจากญาติธรรมที่เราเผชิญมา ในด้านดี คือ มีน้ำใจช่วยเหลือกัน ส่วนในด้านที่ไม่น่าคบหาคือ ขาดความจริงใจ มุ่งใช้ประโยชน์กัน พูดจาข่มขี่กัน ชิงดีชิงเด่นกัน นินทาให้ร้ายกัน มุ่งประจบประแจงผู้นำ ฯลฯ
คือดูเผิน ๆ ดูแรก ๆ ก็เหมือนจะดี เพราะเวลามีกิจกรรม พวกเขาก็เหมือนจะช่วยกัน มันก็ดูสนุก แม้จะมีหลายคนแอบอู้ก็ตามที
แต่พอใช้เวลารู้จักกันไปนาน ๆ หลายคนก็ไม่น่าคบหา หลายคนก็แย่กว่าญาติและเพื่อนเราเสียอีก พวกเขามารวมกันไม่ใช่เพราะผูกพันกันทางจิตวิญญาณเป็นหลัก แต่เพราะศรัทธาผู้นำคนเดียวกันเลยต้องจับพลัดจับผลูมาอยู่รวมกัน พอคนแตกต่างกันเข้ามามาก ผู้นำลัทธิก็ต้องกล่าวธรรมะรวมใจ ในหมวดปลุกใจความเป็นญาติธรรม ทั้ง ๆ ที่จริงก็เป็นแค่ผู้ร่วมกิจกรรมกันชั่วคราวเท่านั้น
ผมใช้เวลารวม ราว ๆ 10 ปี ศึกษาในหลายกลุ่มอุดมการณ์ทางศาสนาพุทธ จนพบความจริงว่า สิ่งแรกและสิ่งสุดท้ายที่ยังอยู่กับเราก็คือญาติและเพื่อน ซึ่งความสัมพันธ์มันก็อาจจะไม่ได้ดูปลุกใจอย่างร่วมทำดี กอบกู้ศาสนา นิพพานไปด้วยกัน ตายไปก็เจอกันชาติหน้าต่อ ฯลฯ… แต่มันกลับอบอุ่น เรียบง่ายและยั่งยืน กว่าญาติธรรมที่เขาให้นิยามว่าดีนักหนาเสียอีก
เราอาจจะลองทดสอบเพื่อเปรียบเทียบได้ง่าย ๆ หากเรายังมีประโยชน์ ยังสร้างประโยชน์ให้กับกลุ่มนั้น ๆ เขาก็จะยังรักเรา คิดถึงเรา ช่วยเหลือเรา มีน้ำใจกับเรา ฯลฯ แต่ถ้าวันใดเราหมดประโยชน์หรือคิดแตกต่างกับเขา ความเป็นญาติจะยังดำรงต่อไปได้อีกไหม?
ซึ่งแตกแต่งกับญาติและเพื่อนที่เห็นเรามาตั้งแต่ปกติ จนเราไปเข้ากลุ่มอุดมการณ์ทางศาสนาเป็นสิบ ๆ ปี เราแทบไม่มีประโยชน์กับใครเลย (เพราะเอาเวลาไปให้กับกลุ่ม) คิดแตกต่างกับคนอื่น (จากคำสอนของกลุ่ม) แต่ความเป็นญาติและเพื่อนก็ยังอยู่ แม้ในขณะช่วงเวลาที่ดูแปลกแยกทางความคิดและแนวทางดำเนินชีวิตก็ตาม
หลังจากที่ผมเลิกติดตามกลุ่มศาสนาใด ๆ สามปีผ่านมา ก็มีแต่ญาติและเพื่อนนี่แหละ ที่ยังพึ่งพากันได้อยู่ ส่วนญาติธรรม = 0 ใช้เวลากว่า 10 ปีผ่านไป อยู่มาหลายกลุ่ม ได้ญาติทางธรรมเพิ่ม = 0 จากประสบการณ์นี้ ผมจึงให้นิยามญาติธรรมว่า “เป็นเพียงคำเรียกเพื่อนร่วมกิจกรรมชั่วคราวเท่านั้น”
แตกต่างกับญาติและเพื่อนที่แม้เราจะไม่มีประโยชน์ต่อเขาเท่าไหร่ เขาก็ยังอยู่กับเรา ยังพูดคุย ทักทาย ถามไถ่กันอยู่บ้าง ก็นะ สรุปลงที่เดิม ผมอาจจะมีญาติและเพื่อนที่ดีก็เป็นได้ ส่วนคนอื่นอาจจะเจอญาติธรรมที่ดีก็เป็นไปได้เหมือนกัน ก็คงต้องแล้วแต่เวรแต่กรรม
23 กันยายน 2569 – ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์
