มิจฉาชีพ ผู้แอบอ้างตัวตนในสังคมศาสนา
ช่วงนี้มีข่าวพวกที่ชอบไปถ่ายรูปกับคนดัง ดูเผิน ๆ เหมือนจะไม่มีอะไร แต่กลายเป็นว่าเอารูปมาใช้เพื่อหลอกคนอื่นว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนในภาพ ก็เลยได้เฉลยว่าเป็นมิจฉาชีพ ศาสนาพุทธไทยเราก็ไม่แพ้กัน การแอบอ้างตัวตนมีให้ได้ยินอยู่บ่อย ๆ
ตัวตนที่เป็นที่นิยมในการแอบอ้างที่สุดในวงการศาสนาและความเชื่อในไทยก็คือ “พระศรีอริยเมตไตรย” หรือที่รู้จักกันในนามพระพุทธเจ้าองค์ถัดไป ซึ่งปัจจุบันยังบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ในสักแห่ง ในช่วงเวลาไหนสักช่วง จึงทำให้มีอาจารย์หรือเจ้าลัทธิหลายคนนิยมแอบอ้างว่าตนเองนี่แหละ คือพระศรีอริยเมตไตรย กำลังบำเพ็ญทำความดีเพื่อจะเป็นพระพุทธเจ้า ก็เป็นมุกคลาสสิกของวงการศาสนาที่ผู้นำกลุ่มมักจะเอาไว้ใช้ชักจูงลูกศิษย์ จากที่ดูเขามาออกทีวีก็น่าจะมีพระศรีฯ มากกว่า 5 คนแล้ว ที่ยังไม่ดัง ยังแอบอ้างแบบแอบ ๆ หลอกลูกศิษย์เงียบ ๆ อีกตั้งเท่าไหร่
อรหันต์สาวกท่านอื่นก็ใช่ว่าจะรอด มีผู้นำลัทธิบางคนก็อ้างตัวว่าเป็นพระสารีบุตร อ้างแบบข่ม ๆ ด้วยนะว่าผ่านแบบที่เป็นพระสารีบุตรมาแล้ว ลูกศิษย์ฟังก็รู้สึกว่า โอ้โห อาจารย์เราขนาดนี้เชียวนะ แต่เดี๋ยวก่อน!! ก่อนจะวิจารณ์มาศึกษาข้อมูลคร่าว ๆ กันก่อน
พระสารีบุตรเป็นอรหันต์สายปัญญา มีความนอบน้อม ไม่อวดดี ไม่กร่าง กลับมาดูที่องค์ประกอบของผู้นำลัทธิ กลายเป็นเด่นทางเจโต(สายเน้นกำลังของจิต) ลูกศิษย์อวยยศกันทีไรก็มีแต่เรื่องเจโต ไม่ค่อยมีเรื่องปัญญาเท่าไหร่ แถมฟัง ๆ เทศน์ไป สอนไป ด่าชาวบ้าน ข่มคนอื่น อันนี้ชักจะไม่ใช่พระสารีบุตรแล้ว ดูจะดาวน์เกรดไกลเกินไปหน่อย ก็เอานะ… บางทีมันก็เป็นแค่จินตนาการของคน ว่าฉันเป็นคนนั้นคนนี้ เพราะพูดมามันก็พิสูจน์ไม่ได้ แถมหลักฐานที่ศึกษาเทียบได้ ก็ต่างจากที่ผู้นำอวดอ้างตนเองอีก
อีกกรณีหนึ่ง ผู้นำอีกลัทธิ อ้างตนเป็นพระมหากัจจายนะ ที่โดดเด่นด้านการแสดงธรรมโดยย่ออย่างพิสดาร แปลเป็นภาษาไทยที่เข้าใจง่าย ๆ คือ สอนแบบสั้น ๆ แต่ดันเข้าใจได้เฉยเลย ผู้นำลัทธินี้เขาก็เคลมว่าเขานี่แหละเป็นพระมหากัจจายนะที่เกิดมาบำเพ็ญต่อเพื่อที่จะเป็นพระพุทธเจ้า แนวคิดลักษณะนี้มักจะเกิดจากความปะปนความเชื่อฝ่ายมหายาน ผสมกับเถรวาทยุครัตนโกสินทร์ในไทย พอลูกศิษย์ได้ฟังดังนั้นก็ปลาบปลื้มใจ แต่เดี๋ยวก่อน!! มาลงรายละเอียดกันสักนิด
พระมหากัจจายนะเป็นสาวกท่านหนึ่งที่สอนธรรมได้เก่ง ย่อธรรมได้อย่างพิสดาร พอมาเปรียบเทียบกับผู้นำลัทธิคนนี้ ดูเหมือนจะตรงข้าม เพราะผู้นำลัทธิคนนี้มักจะชอบพูดเยอะ ๆ พูดนาน ๆ พูดมาก ๆ พูดคนเดียว พูดไม่หยุด 2 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง 6 ชั่วโมงก็ยังสามารถพูดได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับพระมหากัจจายนะ ไม่มีความเข้ากันกับข้อมูลที่อ้าง แต่ไปสอดคล้องกับพวกที่พระพุทธเจ้าจำแนกว่า “พูดพล่ามบ้าน้ำลาย” ภาพที่สร้างกับร่างที่เป็นมันก็ผิดฝาผิดตัวกัน ความจริงอาจจะไม่สวยงาม แต่จินตนาการสำคัญเสมอ
พอลองดูทักษะการย่อธรรมของผู้นำคนนี้ ก็ได้พบว่าย่อจนเละเทะ เรียกว่าหลุดกรอบคำสอนของพระพุทธเจ้าไปจะง่ายกว่า ด้วยความที่ไม่มีภูมิธรรม ถ้าอ่านพระไตรปิฎกแล้วอธิบายไปมันก็พอดำน้ำไปได้ แต่ถ้าย่อกับขยายนี่จะยาก เพราะต้องเข้าใจแก่นของข้อธรรมนั้น ๆ พอพยายามฝืนแอ๊คโชว์มันก็จะขาด ๆ เกิน ๆ สรุปว่าดูไปแล้วไม่เห็นจะมีคุณสมบัติของพระมหากัจจายนะเลย บางทีอาจจะเป็นเพียงแค่การแอบอ้างตัวตนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือลวง ๆ ก็เป็นได้
แน่นอนว่าในวงการศาสนาและความเชื่อบ้านเรายังมีการแอบอ้างตัวตนอีกหลายแบบ เช่น เคยเป็นพ่อลูกกันมา เคยเป็นคู่ครองกันมา ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่ก็พิสูจน์ไม่ได้หรอก กลายเป็นว่าจะออกไปทางโรแมนซ์สแกม (Romance Scam) ด้วยความเชื่อทางศาสนาไปเสียอีก มิจฉาชีพไทยนี่ร้ายจริง ๆ ขนาดคนเขาแสวงหาหนทางพ้นทุกข์ จะยังไปดักหลอกเขาไว้ให้หลงงมงายอีก
