Home » กลับสู่วงการไม้ประดับ

กลับสู่วงการไม้ประดับ

กลับสู่วงการไม้ประดับ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ราว ๆ 10 กว่าปีก่อน มีชายหนุ่มคนหนึ่งหมกมุ่นกับการหาความรู้ในการปลูกเลี้ยงไม้ประดับทนแล้ง และสนุกกับการสรุปการเรียนรู้ลงเว็บไซต์ของตนเอง ทำไปทำมาก็เริ่มมีคนรู้จัก แต่เส้นทางไม้ประดับนั้นก็ดำเนินไปได้ไม่นาน เมื่อเขาพบทางเดินใหม่ เส้นทางสู่อาชีพทำไม้ประดับจึงกลายเป็นเพียงแค่อดีต

เส้นทางใหม่นั้นดูสวยงาม หลายคนรู้จักกันในชื่อเส้นทางธรรม ตามปกติแล้วคนก็มักจะไปเส้นทางนี้ในยามแก่เฒ่าหรือทุกข์ใจมาก ๆ แต่เขารู้สึกว่าช้าไป เลยเลือกที่จะพาตัวเองไปหมกมุ่นเรื่องธรรมะแทน และทิ้งหนทางไม้ประดับไปอย่างไม่ใยดี อีกทั้งยังเหมือนถ่มน้ำลายรดเส้นทางที่ตนเองเคยเดินผ่านมา เพราะเชื่อว่าการจะไปให้สูงขึ้น ต้องเหยียบตัวตนเก่าของตัวเองขึ้นไปเป็นธรรมดา

เวลาผ่านไปเนิ่นนานกว่าสิบปี เขาก็เริ่มค้นพบว่า เส้นทางนี้มันแปลก ๆ มันเหมือนจะเป็นธรรมะแต่มันก็ไม่เหมือนธรรมะ ยิ่งศึกษาค้นคว้าลงลึกเข้าไป สังเกต เปรียบเทียบ ทดลอง ตั้งคำถามในหลาย ๆ สิ่ง ก็ยิ่งเกิดความสงสัยว่าทำไมการปฏิบัติในปัจจุบัน กับการปฏิบัติตามหลักในพระไตรปิฎกมันเริ่มต่างกันไปเรื่อย ๆ ทำไมธรรมะในปัจจุบันถึงช่างแฟนตาซีถึงเพียงนี้ เมื่อศึกษาจนเข้าใจ จึงสรุปได้ว่า ถอยออกมาจากเส้นทางนี้ดีกว่า มันสุดทางแค่นี้ เท่าที่เห็นตอนนี้มันไม่มีมากกว่าไปกว่าการศึกษาจากบันทึกเก่า ๆ แล้ว

สุดท้ายเขาจึงเลือกเดินออกมาจากสังคมที่เคยเชื่อ และมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัยกลางคน ในวัยที่เริ่มมีความเจ็บป่วยมากขึ้นจากการทำงานหนักในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทักษะการออกแบบที่เคยร่ำเรียนมาก็ดูเหมือนจะมีข้อจำกัดในด้านร่างกายที่เริ่มแก่ตัว ทักษะการบริหารที่ได้เรียนมาจะไปหางานในเมืองก็ดูเหมือนจะไม่เหมาะกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน อีกทั้งอายุก็เริ่มเยอะเสียแล้ว มันก็เหลือเส้นทางอีกไม่มากในการดำเนินชีวิตต่อไป

ก็น่าจะเดากันต่อได้ไม่ยาก เพราะในที่สุดทักษะการปลูกเลี้ยงไม้ประดับทนแล้งก็กลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดในปัจจุบัน เลยกลายเป็นว่ากลับมาอาศัยสิ่งที่ตัวเองเคยทิ้ง เคยชิงชัง และต้องมาเริ่มต้นใหม่เกือบทั้งหมด

แต่เขาก็ไม่รู้สึกว่ามันแย่สักเท่าไรนัก เพราะชีวิตคือการเรียนรู้ เรามักจะเรียนรู้สิ่งผิดมากกว่าสิ่งที่ถูกอยู่แล้ว เมื่อผ่านชีวิตมาเรื่อย ๆ เราก็มักจะมีบาดแผลจากความผิดพลาดเป็นธรรมดา ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เราทำผิด เราก็ได้รับผลของการทำผิดนั้น เราก็ศึกษาจากสิ่งผิดนี่แหละ ว่าเราทำอะไรผิดพลาดไปตรงไหน จะได้ไม่ทำอีก การยอมรับความจริงและเปิดเผยมันออกมา ก็เป็นการสรุปการเรียนรู้ที่น่าสนใจไม่แพ้การศึกษาเรื่องอื่น ๆ เหมือนกัน

สุดท้ายทุกเส้นทางที่ผ่านมา ก็เป็นความรู้และประสบการณ์ที่จะทำให้เราเรียนรู้ตัวตนของเรา ว่าเคยหลงผิดอะไรมาเท่านั้นเอง

…. เล่ากันต่ออีกสักนิด

ผ่านมาสักพักแล้วกับการเปลี่ยนเส้นทางชีวิต วันนี้ผมได้แวะเข้าไปเยี่ยมชม สวนไม้ทนแล้งแห่งหนึ่ง และเจ้าของสวนก็ทักว่าใช่คุณตินรึเปล่า (ดิณห์) ก็คิดอยู่ว่าจะมีคนจำเราได้และคิดว่าจะเขียนเรื่องนี้สักวันหนึ่ง ก็เอาวันนี้แหละนะ

ก่อนออกจากวงการไม้ประดับทนแล้ง ผมก็เชื่อนะว่าธรรมะน่ะดีกว่า ก็เลยทิ้ง/ขาย/แจก ไปหมดเลย เท่านั้นยังไม่พอ ยังเขียนบทความตามความเชื่อทางธรรม(ในตอนนั้น) ของตัวเองเพิ่มอีกไป แหม่.. ยังกับผู้บรรลุธรรมยังไงอย่างนั้น เอาเป็นว่าไม่ดีทั้งนั้นแหละไม้ประดับเนี่ย สุดท้ายจะกลับมาอาศัยมันเลี้ยงชีวิต เลยกลายเป็นกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แถมเป็นน้ำลายที่ถ่มลงพื้นแล้วด้วยนะ ต้องไปหาดูดมากลืน ก็เขิน ๆ อยู่เหมือนกันนั่นแหละครับ

จริง ๆ ก็มีคนเสนอมาสักพักให้ทำไม้ประดับ แต่ผมก็ยังไม่ทำนะ ยังคิดไม่ตก พอเพื่อนเก่าคนนึงเขาโพสในเฟสบุค ประมาณว่า ”กลับมาคอนโดมาดูต้นไม้ที่ปลูกไว้ก็ชื่นใจ” ผมเข้าใจทันทีเลย …. เข้าใจว่าเราโต่งไปเยอะ แล้วเราหาทางกลับมาไม่ได้ ทางนี้เป็นทางกลับของเราคือการเข้าใจความจริงว่า มันก็ไม่ได้มีอะไรเลวร้ายสักหน่อย กับการที่คน ๆ หนึ่งเขาจะปลูกเลี้ยงต้นไม้เพื่อความผ่อนคลาย เขาก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แถมยังเป็นกิจกรรมที่ดีอีกด้วย

เราจะไปเหมาเอาพวกการปั่นราคาไม้ หรืออะไรที่มันเป็นเชิงสะสมความอยากมารวมทั้งหมดไม่ได้ มันต่างกรรมต่างวาระ มันมีส่วนที่ดีและส่วนที่เลวปนรวมกันอยู่ในภาพรวม ๆ ที่เห็นพร้อม ๆ กัน เราก็ต้องแยกมองเป็นส่วน ๆ ที่แตกต่างกันไป อีกอย่างถึงมันจะเป็นความอยาก แต่มันก็มีลำดับของมัน มีดีกรี ตื้นลึกหนาบาง ซึ่งแต่ก่อนก็คิดแบบสุดหมดไง มันพยายามไม่เอาทุกอย่างนั่นแหละ

ทุกวันนี้ชีวิตนี่กลับมาอยู่กับสิ่งที่ตัวเองเคยทำปากดีไว้หมดนั่นแหละครับ เงินเอย เมียเอย ต้นไม้เอย วิถีชีวิตฆราวาสเอย ต้องกลับมาเอาหมดทุกอย่าง เคยคิดจะทิ้งทั้งหมดไปบวชแล้วนะ แต่มันติดอยู่นิดเดียว ติดตรงที่ตกลงบวชแล้วใครจะสอนเราวะ ไอ้คนที่เราบวชด้วยจะรู้จริงรึเปล่า จะเป็นอรหันต์จริงหรอ หรือขี้โม้เฉย ๆ คือถ้าเราไปแล้วมันวน มันก็เสียเวลาไง ไปอยู่กับคนไม่รู้จริง สู้กลับมาเริ่มชีวิตใหม่ดีกว่า

ก็นั่นแหละครับ ก็เลยกลายเป็นชีวิตผมในทุกวันนี้ ใครเจอแล้วจำได้จะทัก จะถาม จะวิจารณ์ จะให้ความคิดเห็นผมก็ยินดีนะ ถือว่าร่วมเรียนรู้ ผมไม่ได้ปิดรับความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ก็จะมีส่วนความจริงที่ผมได้ศึกษามาเช่นกัน

สุดท้ายวิถีชีวิตในวงการไม้ประดับจะไปได้นานแค่ไหนก็ไม่รู้เหมือน แต่เอาเป็นว่าเริ่มแก่แล้ว เริ่มหมดแรงแสวงหาทางใหม่แล้วเอาทางนี้นำไปก่อนแล้วกัน สวัสดี

. . .

11 เม.ย. 2568 ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *