Home » หนีกรรมตัวเองไม่พ้นหรอก

หนีกรรมตัวเองไม่พ้นหรอก

หนีกรรมตัวเองไม่พ้นหรอก

ช่วงนี้เหมือนป่าแตก ความเหม็นเน่าทะลักออกมาเต็มไปหมด ที่ที่เคยเป็นเหมือนที่พักใจ สงบ ร่มเย็น พอถึงเวลาความเน่าในก็ทะลักออกมา ไม่มีเวลาให้เตรียมตัวเตรียมใจ ความจริงเปิดเผยทำให้เห็นว่าพระคือผี แต่ก่อนเป็นผีแต่แสร้งว่าเป็นพระ ปิดบังอยู่นานจนถึงวันนี้

วิบากกรรม(ผลของการกระทำ) เกิดจาก กรรม(การกระทำ) ไม่ว่าจะด้วยกาย วาจา ใจ มันจะสะสมเป็นผล ซึ่งผลนั้นจะสุกงอมเมื่อไหร่ ขนาดไหน ก็พอจะรู้ได้ก็ตอนโป๊ะแตกนั่นแหละ หรือถ้าอยากรู้เร็วกว่านั้นก็ต้องระดับพระพุทธเจ้า ต่ำกว่านั้นก็ยกไว้ ไม่ต้องเดา ไม่ต้องพยากรณ์กันให้ปวดหัว เพราะไม่รู้ก็คือไม่รู้อยู่ดี

คนที่ใช้ศาสนามาหากิน หาชื่อเสียง หาบริวาร มันก็เป็นกรรมเลว ก็จะสะสมไปเป็นผลเลว ไม่ต้องไปประเมินขนาด ปริมาณ เวลา มวลของมันหรอก จะรู้ก็ต่อเมื่อมันซัดเข้ามานี่แหละ อย่างเคสพระที่จัดหนักกับสีกา ทำไปเรื่อย ๆ วันหนึ่งคนเขาก็จับได้ ไม่จับได้วันนี้ก็จับได้วันหน้า ถึงจับไม่ได้ ชิงตายไปก่อน ก็สะสมไว้ต่อรอบหน้าได้จนกว่าผลของสิ่งที่เคยทำมานั้น ๆ จะหมด

ตอนนี้พระหลายคนอาจจะร้อน ๆ หนาว ๆ ใจดีสู้เสือ ออกมาเทศน์มาสอนว่าอย่างนั้นนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความเขาจะบริสุทธิ์นะ การพูดกับการกระทำมันก็อาจจะไม่ได้ไปทางเดียวกัน พูดธรรมะ ทำตรงกันข้ามก็มีเยอะแบบนี้ก็ต้องดูกันไปนาน ๆ

จะให้คนทำผิด ออกมายอมรับผิด ออกมาเฉลยกันเองแบบคนดีที่ทำผิดในสมัยพุทธกาลน่ะไม่มีหรอก สมัยนี้ต้องใช้แผนดักจับกันอย่างเดียว เพราะคนโกหกปลิ้นปล้อนกันเป็นเรื่องธรรมดา การจะออกมายอมรับเองนั้นเป็นเรื่องของคนมีหิริโอตตัปปะ ซึ่งเป็นคุณธรรมที่ห่างไกลจากปุถุชนมาก

ลองดูสิ มีเคสไหนออกมาเฉลยก่อนโดนจับได้บ้าง มีแต่ทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะโดนจับได้ ดังนั้นความหวังที่ว่าจะให้คนพวกนี้สึกออกมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติมันเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาไม่รู้สึกผิด ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ควร เขาก็จะดำเนินการต่อไป ไม่เฉลย ไม่สารภาพ ปกปิด ดำมืด ทำให้คนเข้าใจผิดไปเรื่อย ๆ จนถึงกระทั่งวันที่ความจริงมันทะลักออกมา

11 กันยายน 2569 – ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *